วันพุธที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

คำศัพท์เกี่ยวกับ Computer Security (ครั้งที่ 4 )14-18 พฤษภาคม 2555


1. Administrative Security   การบริหารเรื่องความปลอดภัยข้อกำหนดทางการจัดการและสิ่งควบคุมเสริมต่างๆที่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้การป้องกันข้อมูลอยู่ในระดับที่ยอมรับได้

2. Voyeur  ผู้โจมตีคอมพิวเตอร์เพื่อความตื่นเต้นเมื่อตนได้ซึ่งข้อมูล

3. Vandals  ผู้โจมตีที่โจมตีคอมพิวเตอร์เพื่อให้เกิดความเสียหาย

4. Tiger  เครื่องมือ Software ที่ Scan หาจุดอ่อนระบบ

5. Spies  สายลับ ผู้โจมตีที่โจมตีคอมพิวเตอร์เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

6. hashing เป็นการปรับแปลงข้อความของตัวอักษรเป็นค่าความยาวตายตัวสั้นกว่าหรือคีย์ที่นำเสนอข้อความดั้งเดิม hashing ได้รับการใช้เป็นดัชนี และรายการที่ดึงออกมาจากฐานข้อมูล เพราะเร็วกว่าในการค้นหารายการด้วยการใช้คีย์แฮชสั้นกว่าการค้นหาด้วยการใช้ค่าดั้งเดิม รวมถึงการใช้อัลกอริทึมเข้ารหัส

7. Integrity ในคำศัพท์ของความปลอดภัยข้อมูลและเครือข่าย Integrity เป็นการประกันว่าสารสนเทศสามารถได้รับการถึงหรือปรับปรุงโดยผู้ได้รับอำนาจเท่านั้น มาตรการให้สร้างความมั่นใจ

8. kernel เป็นศูนย์กลางที่สำหรับของระบบปฏิบัติการ เป็นแกน (Core) ในการให้บริการพื้นฐานของทุกส่วนของระบบปฏิบัติการ Kernel มีลักษณะตรงกันข้ามกับ Shell ซึ่งเป็นส่วนนอกของระบบปฏิบัติการ ที่ทำหน้าที่ตอบสนองคำสั่งของผู้ใช้ kernel และ Shell เป็นคำที่ใช้มากในระบบ UNIX และระบบปฏิบัติการบางระบบในเครื่องเมนเฟรมของ IBM

9. Internet Service Provider (ISP) เป็นบริษัท ที่ให้เอกชน และบริษัทเข้าถึงอินเตอร์เน็ต และบริการอื่นทีเกี่ยวข้อง เช่น การสร้าง web site และ virtual hosting โดย ISP มีอุปกรณ์และสายการสื่อสาร ที่เข้าถึงโดยต้องการ Point-of-Presence (POP) บนอินเตอร์เน็ต สำหรับการให้บริการ ตามพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ISP ขนาดใหญ่มีสาย leased line ความเร็วสูงของตัวเอง เพื่อทำให้ลดการขึ้นต่อผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคม และสามารถให้บริการที่ดีกว่าสำหรับลูกค้า

10. hard disk drive ในเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล hard disk drive (HDD) เป็นกลไกที่ควบคุมตำแหน่ง การอ่าน และการเขียนของฮาร์ดดิสก์ ซึ่งที่จัดเก็บข้อมูลใหญ่ที่สุดของเครื่องคอมพิวเตอร์

วันอังคารที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

คำศัพท์เกี่ยวกับ Computer Security (ครั้งที่ 3 )7-11 พฤษภาคม 2555



1.http    ย่อมาจาก Hyper Text Transfer Protocol  เป็นโปรโตคอลสื่อสารที่ทำงานอยู่บนระบบโปรโตคอล TCP HTTP ใช้ในระบบเครือข่ายใยแมงมุม (World Wide Web) ทำหน้าที่ในการจำหน่าย,แจกจ่าย รวมไปถึงการรับข้อมูล จากระบบสื่อกลางชั้นสูง (Hypermedia System) ที่ประกอบด้วยเครื่องให้บริการ (Server) ที่มีอยู่มากมายทั่วโลก

2.https  หรือ Hypertext Transfer Protocol Security  คือ ระบบความปลอดภัยของ HTTP protocol สำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่อง server และ client  ที่คิดค้นขึ้นโดยบริษัท Netscape เมื่อปลายปี ค.ศ. 1994 โดยมีจุดประสงค์เพื่อรักษาความลับของข้อมูลขณะรับ-ส่ง และเพื่อให้แน่ใจว่า ข้อมูลนั้นถูกรับ-ส่งระหว่างผู้รับและผู้ส่งตามที่ระบุไว้จริง โดยที่ข้อมูลจะต้องไม่ถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขไปจากเดิมด้วย HTTPS จะทำงานอยู่บนพอร์ต 443 (ค่าปกติ) ด้วยการเพิ่มข้อมูลในส่วนการระบุตัวผู้ส่ง (Authentication) และการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) ภายใน HTTP กับ TCP

3.Spam คือ Email ที่เป็นขยะที่เราไม่ต้องการ โดยส่งมาจาก Email ที่เราไม่รู้จักซึ่งจะทำให้เราเสียพื้นที่เก็บข้อมูลของเราไปโดยเปล่าประโยชน์ จุดประสงค์ของ Email Spam นั้นผู้ส่งส่วนใหญ่ต้องการโฆษณาบริการต่างๆที่ตัวเองมี

4.Cracker  คือ ผู้ที่หาทางเจาะเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ต่างๆโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจจะเพื่อความสนุก หรือเพื่อการโจรกรรมและทำลายข้อมูลเป็นคำที่ใช้แทนคำว่า แฮกเกอร์ เพื่อให้คำว่าแฮกเกอร์ยังคงความหมายเดิมว่าเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญด้านโปรแกรมและแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ได้เก่ง

5.Firewall  คือ เครื่องมือที่ใช้สำหรับป้องกันระบบ Network (เครือข่าย) จากการสื่อสารทั่วไปที่ถูกบุกรุก จากผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต เป็นเรื่องเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยในระบบ Network หรือระบบเครือข่าย การป้องกันโดยใช้ระบบ Firewall นี้จะเป็นการกำหนดกฏเกณฑ์ในการควบคุมการเข้า-ออก หรือการควบคุมการรับ-ส่งข้อมูล ในระบบเครือข่าย

6. MAC Address  หมายเลขเฉพาะที่ใช้อ้างถึงอุปกรณ์ที่ต่อกับระบบเครือข่าย หมายเลขนี้จะมากับอินเทอร์เน็ตการ์ด โดยแต่ละการ์ดจะมีหมายเลขที่ไม่ซ้ำกัน ตัวเลขจะอยู่ในรูปของ เลขฐาน ๑๖ จำนวน ๖ คู่ ตัวเลขเหล่านี้จะมีประโยชน์ไว้ใช้สำหรับการส่งผ่านข้อมูลไปยังต้นทางและปลายทางได้อย่างถูกต้อง

7. VPN  เครือข่ายคอมพิวเตอร์เสมือนที่สร้างขึ้นมาเป็นของส่วนตัว โดยในการรับส่งข้อมูลจริงจะทำโดยการเข้ารหัสเฉพาะแล้วรับ-ส่งผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทำให้บุคคลอื่นไม่สามารถอ่านได้ และมองไม่เห็นข้อมูลนั้นไปจนถึงปลายทาง

8. WEP (Wired Equivalent Privacy)  ระบบการเข้ารหัสเพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในเครือข่ายไร้สายโดยอาศัยชุดตัวเลขมาใช้เข้ารหัสข้อมูล ดังนั้นทุกเครื่องในเครือข่ายที่รับส่งข้อมูลถึงกันจึงต้องรู้ค่าชุดตัวเลขนี้

9. SSID (Service Set Identifier)  บริการที่ระบุชื่อของเครือข่ายไร้สายแต่ละเครือข่ายที่ไม่ซ้ำกัน โดยที่ทุกๆ เครื่องในระบบต้องตั้งค่า SSID ค่าเดียวกัน

10. Network Access Control (NAC)  เป็นวิธีการหนึ่งทางด้านความปลอดภัยเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ใช้เพื่อรวมเอา เทคโนโลยีทางด้านความปลอดภัย (เช่น แอนตี้ไวรัส host intrusion prevention และ vulnerability assessment)ผู้ใช้หรือระบบพิสูจน์ตัวตน และการบังคับใช้การรักษาความปลอดภัยทางเครือข่ายเข้าด้วยกัน (Policy) Network Access Control (NAC) เป็นวิธีการหนึ่งทางด้านความปลอดภัยเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ใช้เพื่อรวมเอาเทคโนโลยีทางด้านความปลอดภัย (เช่น แอนตี้ไวรัส host intrusion prevention และ vulnerability assessment) ผู้ใช้หรือระบบพิสูจน์ตัว และการบังคับใช้การรักษาความปลอดภัยทางเครือข่ายเข้าด้วยกัน

วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2555


บทความ เรื่องภัยคุมคามบนระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และวิธีป้องกันแก้ไข
            สปายแวร์ (Spyware) หรือ แอดแวร์ (Adware) สองคำนี้เราจะได้ยินบ่อยมากพอ ๆ กับคำว่าไวรัส เมื่อเราก้าวเข้าสู่การใช้งานระบเครือข่าย ความหมายของมันคือ โปรแกรมที่แฝงตัวมาอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ของเรา และแอบทำการส่งข้อมูลการใช้อินเตอร์เน็ตของเราไปให้ผู้ที่ต้องการข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง ชื่อเรียกอาจจะมี หลายชื่อแต่มีความหมายเดียวกัน เช่น Malware , Trackware , Hijackware , Thiefware , Snoopware หรือ Scumware และแต่ใครจะเรียก
            Adwareเป็นศัพท์เทคนิคมาจากคำว่า Advertising Supported Software แปลเป็นไทยได้ว่า "โปรแกรมสนับสนุนโฆษณา" โดยบริษัทต่าง ๆ จะพยายาม โฆษณาสินค้าของตนเอง เพื่อที่จะได้ขายสินค้านั้น ๆ ตัวอย่างเช่น ถ้าเราลองไปดาวน์โหลดโปรแกรมฟรีตามเว็บต่าง ๆ เราก็จะเห็นโฆษณาสินค้าปรากฏขึ้นมาบ่อย ๆ ถ้าเราอยากให้โฆษณานั้นหายไปก็ต้องเสียเงินค่าลิขสิทธิ์ เพื่อไม่ให้มีโฆษณาขึ้นมากวนในอีกต่อไป
            Spyware เป็นโปรแกรมที่แฝงมาขณะเล่นอินเตอร์เน็ตโดยจะทำการติดตั้งลงไปในเครื่องของเรา และจะทำการเก็บพฤติกรรมการใช้งานอินเตอร์เน็ตของเรา รวมถึงข้อมูลส่วนตัวหลาย ๆ อย่างได้แก่ ชื่อ - นามสกุล , ที่อยู่ , E-Mail Address และอื่น ๆ ซึ่งอาจจะรวมถึงสิ่งสำคัญต่าง ๆ เช่น Password หรือ หมายเลข บัตรเครดิตของเราด้วย นอกจากนี้อาจจะมีการสำรวจโปรแกรม และไฟล์ต่าง ๆ ในเครื่องเราด้วย นอกจากนี้อาจจะมีการสำรวจโปรแกรม และไฟล์ต่าง ๆ ในเครื่องเราด้วย และ Spyware นี้จะทำการส่งข้อมูลดังกล่าวไปในเครื่องปลายทางที่โปรแกรมได้ระบุเอาไว้ ดังนั้นข้อมูลต่าง ๆ ในเครื่องของท่านอาจไม่เป็นความลับอีกต่อไป
Spyware มีวิธีการในการเข้ามาในเครื่องเราหลายวิธี เช่น อาจใช้วิธีอย่างโจ่งแจ้ง เช่น ขอ Install ดื้อ ๆ เมื่อเราได้ตอบปุ่ม "ตกลง" ไปก็จะทำการติดตั้งลงมาที่เครื่อง ซึ่งบ่อยครั้งที่เรา ขี้เกียจอ่านแล้วก็คลิ๊กตอบ ๆ ไปอย่างรำคาญ บางตัวอาจมาในลักษณะของ Plug-in ให้คุณเอง เพื่อช่วยในการดูเว็บบางเว็บสมบูรณ์ขึ้น หรือแอบแฝง โดยเราไม่รู้ตัว เช่น แฝงมากับโปรแกรมฟรีต่าง ๆ , เกมส์ต่าง ๆ เป็นต้น พวกสปายแวร์จะติดได้หลายทางแต่หลัก ๆ คือ
                1. เข้าเยี่ยมเว็บไซท์ต่าง ๆ พอเว็บไซท์บอกให้ดาวน์โหลดโปรแกรมก็ดาวน์โหลดตามที่เขาบอกโดยไม่อ่านว่าเป็นอะไร
                2. ดาวน์โหลดโปรแกรมฟรีที่เรียกว่า Freeware มาใช้ โปรแกรมฟรีนั้นมีใช้ก็ดี แต่ก็ควรดูให้ดีเพราะโปรแกรมฟรีหลายตัวจะมีสปายแวร์ติดมาด้วยเป็นของแถม ตัวอย่างเช่น โปรแกรม Kazaa Media Desktop ซึ่งเป็นโปรแกรมให้ผู้ใช้แลกเปลี่ยนไฟล์กันเหมือนกับโปรแกรม Napster ขณะนี้มีผู้ใช้โปรแกรม Kazaa เป็นล้าน ๆ คน เพราะสามารถใช้ดาวน์โหลดเพลง MP3 ฟรีได้ ซึ่ง Kazaa นั้น จะมีอยู่ 2 แบบ คือ แบบใช้ฟรี กับแบบเสียเงิน ถ้าเป็นแบบฟรี เขาจะแถมสปายแวร์มาด้วยกว่า 10 ตัว ..คิดดูแล้วกันว่าคุ้มไม๊ 3. เปิดโปรแกรมที่ส่งมากับอีเมล์ บางทีเพื่อนส่งอีเมล์มาให้พร้อมโปรแกรมสวยงาม ซึ่งเพื่อนเองก็ไม่รู้ว่ามีสปายแวร์อยู่ด้วย ก็ส่งต่อ ๆ กันไปสนุกสนาน เวลาใช้อินเตอร์เน็ทก็เลยมีหน้าต่างโฆษณาโผล่มา 80 หน้าต่างสมใจ
             Spyware มีวิธีการในการเข้ามาในเครื่องเราหลายวิธี เช่น อาจใช้วิธีอย่างโจ่งแจ้ง เช่น ขอ Install ดื้อ ๆ เมื่อเราได้ตอบปุ่ม "ตกลง" ไปก็จะทำการติดตั้งลงมาที่เครื่อง ซึ่งบ่อยครั้งที่เรา ขี้เกียจอ่านแล้วก็คลิ๊กตอบ ๆ ไปอย่างรำคาญ บางตัวอาจมาในลักษณะของ Plug-in ให้คุณเอง เพื่อช่วยในการดูเว็บบางเว็บสมบูรณ์ขึ้น หรือแอบแฝง โดยเราไม่รู้ตัว เช่น แฝงมากับโปรแกรมฟรีต่าง ๆ , เกมส์ต่าง ๆ เป็นต้น
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเครื่องติด Spyware
คงต้องใช้การสังเกตจากข้อบ่งชี้หลาย ๆ ข้อต่อไปนี้ ในการสันนิษฐานเป็นเบื้องต้น ก่อนที่จะหาเครื่องมือหรือโปรแกรมในการตรวจสอบและกำจัดมันออกไป
          1. การติดต่อเข้าสู่อินเตอร์เน็ตช้าผิดปกติ พวกสปายแวร์จะเป็นตัวถ่วงหรืออุดเส้นทางในการเชื่อมต่อเข้ากับอินเตอร์เน็ตของเรา เรา เพราะมันจะกันช่องทางส่วน หนึ่งในการส่งข้อมูลออกไปยังผู้เขียนโปรแกรม หรือไม่ก็นำข้อมูลเข้ามาในเครื่องของเราเช่น หน้าต่างป๊อบอัพโฆษณาสินค้าและบริการที่เราไม่ได้เรียกร้อง ทำให้เหลือ ช่องทางในการสื่อสารสำหรับเราน้อยลง ถ้ามีเครื่องอื่นเปรียบเทียบการใช้งานจะเห็นชัดมากขึ้น
          2. ค่าเว็บไซด์เริ่มต้น (Default Homepage) เปลี่ยนไป ปกติเรามักจะกำหนดให้เว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่งที่เราใช้งานบ่อย ๆ เป็นค่าเริ่มต้น ทุกครั้งในการเปิดหน้าต่างบราวเซอร์ โปรแกรมพวกนี้จะเปลี่ยนค่าให้ชี้ไปยังเว็บไซด์ที่ผู้เขียนโปรแกรมต้องการ ไม่สามารถเปลี่ยนไป URL อื่น ได้จนกว่าจะโหลดหน้านั้น ๆ เสร็จ ถ้าผู้ใช้งานคลิกหยุดการทำงานบราวเซอร์แล้วเปลี่ยนไปยัง URL ใหม่จะทำให้ไม่สามารถออกไปยังเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้เลย
         3. ประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์ลดลง เนื่องจากโปรแกรมพวกนี้จะทำงานตลอดเวลาเมื่อเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ทั้งการรับ - ส่ง ข้อมูล จึงทำให้เราใช้งาน โปรแกรมอื่น ๆ ได้ช้าลง ฮาร์ดดิสก์ทำงานหนักและตลอดเวลา จนการเข้าถึงไฟล์ต่าง ๆ ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนั้นเรายังเป็นพาหะหรือผู้แพร่เชื้อให้กับบุคคลอื่น ๆ ในเครือข่ายแบบไม่รู้ตัวอีกด้วย
         4. มี Pop up ขึ้นมาบ่อยครั้งที่เข้าเว็บ
         5. ทูลบาร์มีแถบปุ่มเครื่องมือเพิ่มขึ้น
         6. หน้า Desktop มีไอคอนประหลาดๆ เพิ่มขึ้น
         7. เมื่อเปิด Internet Explorer หน้าเว็บแรกที่พบแสดงเว็บอะไรก็ไม่รู้ ไม่เคยเห็นมาก่อน
         8. เว็บใดที่เราไม่สามารถเข้าได้ หน้าเว็บโฆษณาของ Spyware จะมาแทนที่
Spyware มาติดที่เครื่องเราได้อย่างไร
การที่ Spyware มาอยู่ในเครื่องของเรามีความเป็นไปได้หลายวิธี ยกตัวอย่างเช่น เวลาที่เราใช้เบราเซอร์ เพื่อค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต มักจะมีโฮมเพจโฆษณาที่ popup ขึ้นเองอัตโนมัติ ในบางครั้งมันก็เอาโฆษณาอื่นๆ (Adware) เข้ามา และมี spyware ตัวอื่นตามเข้ามาอีก และในบางทีมันติดตั้งในเครื่องเราได้โดยที่เราไม่รู้ตัว หรือ เวลาที่เราลงโปรแกรมที่เราดาวน์โหลดมาฟรี แล้วมันจะมีโฆษณามาด้วย (โปรแกรมเหล่านี้เรียกกันว่า Adware) ส่วนใหญ่จะทิ้งไฟล์ cookie ไว้และไฟล์ cookie เหล่านี้ แม้จะไม่ใช้ spyware แต่ก็ถือว่า ไฟล์ cookie เหล่านี้ จะเก็บข้อมูลบางอย่างเอาไว้ ซึ่ง spyware จะนำไฟล์cookie เหล่านี้ไป วิเคราะห์ด้วย ซึ่งถือได้ว่า เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับ Spyware และเมื่อมี Spyware เข้ามาหนึ่งตัว หลายๆ ตัวมักจะตามมาด้วย ดังนั้น เวลาดาวน์โหลดโปรแกรมไปใช้งาน ควรอ่านAgreement ให้ดีก่อน ทราบว่าหลายคนคงไม่เคยอ่าน หรือเคยก็ไม่ได้อ่านอย่างละเอียดนัก ซึ่งโดยปกติแล้วใน Agreement มักจะบอกให้ยอมรับโปรแกรม spyware ที่แนบมาด้วย แต่ถึงอ่านแล้ว มันก็ยังมี อันนี้ ก็คงต้องคอยใช้โปรแกรมตรวจสอบกันเรื่อย ๆเพราะมันก็มี พวกที่แอบเอา spyware มาใส่ให้เราโดยที่เราไม่รู้ตัวอยู่ดี  
โทษของ Adware & Spyware
1.  ส่งข้อมูลต่าง ๆ ของเราไปให้ทางบริษัท โดยที่เราไม่รู้ตัว
2. โปรแกรมถูกรันให้ทำงานในคอมพิวเตอร์ ทำให้เกิดอาการแฮงค์ เปลืองแมมโมรี่ หรือ เปิดโปรแกรมบางตัวไม่ได้ เพแมมโมรี่ไม่พอ หรือบางที่เปิดคอม ฯ ไม่ติดเลยก็มี
3.  บางครั้ง Adware & Spyware จะตั้งค่าต่าง ๆ ในระบบเช่น ค่าเว็บไซต์แรกที่เราเปิดใน Internet Explorer หรือNetscap Navigator
4.  บางครั้งถ้าติด Adware & Spyware จะทำการตั้งค่าโมเด็มให้หมุนหมายเลขโทรศัพท์ต่างประเทศทำให้เสียค่าโทรศัพท์ในอัตราสูง
สรุปการทำงาน หรืออาการของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มี Spyware
1.  อาจมีป้ายโฆษณาเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นมา (Adware) หรือที่เรียกว่า pop – up
2.  ระวังอีเมลล์ ที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการแจกโปรแกรมฟรี เกี่ยวกับการกำจัด Spyware
3.  ระหว่างการใช้งานอินเตอร์เน็ต ถ้ามีหน้าต่างบอกให้คลิกปุ่ม Yes ระวังสักนิด อ่านรายละเอียดให้ดี อาจมี Spyware แฝงอยู่ แนะนำให้คลิก No ไว้ก่อน จะ ปลอดภัยกว่า
4.  เมื่อมีหน้าต่าง pop-up ขึ้นมา แนะนำให้คลิ๊ก "X" แทนการคลิกปุ่มใด ๆ และโดยเฉพาะบริเวณป้ายโฆษณา นั่นอาจหมายถึงคุณกำลังยืนยันให้มีกาติดตั้ง Spyware แล้ว
5.  ตรวจสอบ ด้วยโปรแกรมกำจัด spyware อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง สำหรับองค์กร แนะนำให้ตรวจสอบทุกวัน โดยเฉพาะเวลาพักทานข้าว ซึ่งถือได้ว่า เป็นเวลาที่เหมาะสมมากที่สุด
6.  ใช้งานอินเตอร์เน็ตเฉพาะเว็บไซด์ที่น่าไว้ในเท่านั้น โดยเฉพาะการให้ข้อมูลสำคัญ เพื่อลงทะเบียน ถ้าไม่มีความจำเป็นต้องไปทำการลงทะเบียนควรละเว้นเสีย
7.  เมื่อมีการ Request ให้ติดตั้งโปรแกรม ควรหลีกเลี่ยงและตรวจสอบก่อนคลิ๊กปุ่มใด ๆ โดยอ่านข้อความอธิบายก่อนที่จะทำการคลิก ถ้าจำเป็นต้องติดตั้ง ให้อ่าน คำแนะนำให้รอบคอบ
8.  ถ้าสงสัยในเครื่องจะมี Spyware ให้ดูรายการโปรแกรมที่ติดตั้งในเครื่อง แล้วทำการ Remove โปรแกรมที่ไม่รู้จักทิ้งเสีย
9.  หาโปรแกรมที่ใช้ตรวจสอบ Spyware มาใช้งานโดยจะสามารถตรวจสอบ แล้วรายงาน และทำการลบโปรแกรมทิ้งได้ แต่ให้ระวังโปรแกรมบางตัว ที่แอบอ้าง ว่าเป็นตัวกำจัด Spyware แต่แท้จริงแล้วเป็น Spyware เสียเอง
เราสามารถใช้โปรแกรมสำหรับการตรวจและกำจัดได้ เช่น Spybot Search & Destroy , Adware เป็นต้น ซึ่งโปรแกรมเหล่านี้เป็นฟรีแวร์ที่สามารถใช้งานได้จริง ประกอบด้วย
1. Spybot Search & Destroy – โปรแกรมที่ใช้ในการตรวจสอบและกำจัด
2. Lavasoft Ad-Ware – โปรแกรมที่ใช้ในการตรวจสอบและกำจัด
3. SpywareBlaster – โปรแกรมที่ใช้ในการป้องกัน
4. SpywareGuard – โปรแกรมที่ใช้ในการป้องกัน


สมาชิกในกลุ่ม



คำศัพท์เกี่ยวกับ Computer Security (ครั้งที่ 2 )30 เมษายน-4 พฤษภาคม 2555 -


1. Firewall  คือ ระบบหรือกลุ่มของระบบที่บังคับใช้นโยบายการควบคุมการเข้าถึงระหว่าง   เครือข่ายภายในกับภายนอก คือ เป็นระบบที่เอาไว้ป้องกันอันตรายจาก Internet หรือ Network ภายนอก

2. Phishing คือ เป็นเทคนิคการทำ social engineer โดยใช้อีเมลล์เพื่อหลอกให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลการทำธุรกรรมทางการเงินบนอินเตอร์เน็ตเช่น บัตรเครดิตหรือพวก online bank account 

3. IP spoofing คือ เป็น หนึ่งในวิธีการโดยทั่วไปที่ใช้เพื่อโจมตีเครือข่าย เพื่อให้สามารถเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้รับอนุญาตโดยการส่งข้อความ ปลอม ๆ อาศัยการปลอม IP address ของเครื่องนั้น

4. Sniffer คือ  เป็นโปรแกรมซึ่งทำหน้าที่ดักจับแพ็กเกตในเครือข่าย โปรแกรมสนิฟเฟอร์จะถอดข้อมูลในแพ็กเกตและ เก็บบันทึกไว้ให้ผู้ติดตั้งนำไปใช้งาน Sniffer จึงเป็นโปรแกรมหนึ่งที่แฮกเกอร์นิยมใช้เมื่อเจาะเข้า ไปในเครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทาย เพื่อใช้ดักจับ

5. Cookies คือ ไฟล์ ที่ทาง website ต่าง ๆ สร้างขึ้นมาในเครื่อง Computer ของผู้เรียกชมเว็บไซต์โดยคุกกี้จะมีวัตถุประสงค์ในการเก็บข้อมูล ตรวจสอบ จากผู้ที่เรียกใช้งานเว็บไซต์นั้น
6. Threat  ภัยคุกคามหรือสิ่งที่ละเมิดระบบรักษาความปลอดภัย และอาจก่อให้เกิดผลกระทบซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบ

7. Computer Graphics Interface คือ มักใช้คำย่อว่า CGI เป็นซอฟแวร์มาตรฐานชนิดหนึ่ง ซึ่งนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางกราฟฟิก เช่น เครื่องพิมพ์ (printer) และพล็อตเตอร์ (plotter) เป็นต้น

8. buffer คือ ส่วนหนึ่งของหน่วยความจำที่ใช้สำหรับพักข้อมูลเป็นการชั่วคราวในระหว่างทำ การถ่ายทอด หรือส่งผ่านข้อมูล เครื่องอุปกรณ์คอมพิวเตอร์บางชนิดจะมี buffer ของตนเอง เช่น เครื่องพิมพ์ (printer) เป็นต้น

9. Ethical hacker ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน security ผู้ซึ่งใช้ทักษะในการ hacking เพื่อจุดประสงค์ ในการป้องกันระบบ

10. Cracker ผู้ที่ใช้ทักษะในการ hacking เพื่อจุดประสงค์ ในการบุกรุกทำลายระบบ และรวมทั้งการลักลอบขโมยข้อมูลของบุคคลอื่น

วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2555

คำศัพท์เกี่ยวกับ Computer Security (ครั้งที่ 1)23-27 เมษายน 2555



1. Confidentiality คือการรักษาความลับของข้อมูลเพื่อไม่ให้ผู้ไม่มีสิทธิ์ในการใช้งานสามารถใช้ข้อมูลนั้นได้

2. RISK Management หมายถึง โอกาสที่จะเกิดความผิดพลาด ความเสียหาย การรั่วไหล ความสูญเปล่า หรือเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ที่ทำให้งานไม่ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนด หรือ ความเสี่ยง คือ ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นและมีผลต่อการบรรลุเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจไว้ ความเสี่ยงนี้จะถูกวัดด้วยผลกระทบที่ได้รับและความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ หรือ “โอกาสหรือเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ที่จะทำให้เราไม่บรรลุวัตถุประสงค์” ภาษาง่าย ๆ “ ความเสี่ยง คือ สิ่งต่าง ๆที่อาจกีดกันองค์กรจากการบรรลุวัตถุประสงค์/เป้าหมาย

3. Information Security การรักษาความปลอดภัยโดยการใช้นโยบายหรือระเบียบปฏิบัติ

 4. Hacking การใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการพยายามที่จะใช้อุบายหรือข้ามผ่านระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อเข้าสู่ระบบข้อมูลและเครือข่าย

5. Network Security   การรักษาความปลอดภัยเครือข่าย: การปกป้องเครือข่ายและบริการต่างๆของเครือข่ายจากการเปลี่ยนแปลง, ทำลาย, หรือเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต และให้ความรับรองว่าเครือข่ายจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ที่สำคัญได้อย่างถูก ต้องโดยไม่เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย การรักษาความปลอดภัยเครือข่ายรวมถึงการรักษาความสมบูรณ์ของข้อมูล (Data Integrity)

6. Intrusion Prevention System    ระบบที่คอยตรวจจับการบุกรุกของผู้ที่ไม่ประสงค์ดี รวมไปถึงข้อมูลจำพวกไวรัสด้วย โดยสามารถทำการ วิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดที่ผ่านเข้าออกภายในเครือข่ายว่า มีลักษณะการทำงานที่เป็นความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดความ เสียหายต่อระบบเครือข่ายหรือไม่ โดยระบบ IDS นี้ จะทำการแจ้งเตือนให้ผู้ดูแลระบบทราบ 

7. Virtual Private Network เป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อเครือข่ายนอกอาคาร (WAN - Wide Area Network) เป็นระบบเครือข่ายภายในองค์กร ซึ่งเชื่อมเครือข่ายในแต่ละสาขาเข้าด้วยกัน โดยอาศัย Internet เป็นตัวกลาง มีการทำ Tunneling หรือการสร้างอุโมงค์เสมือนไว้รับส่งข้อมูล มีระบบเข้ารหัสป้องกันการลักลอบใช้ข้อมูล เหมาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งต้องการความคล่องตัวในการติดต่อรับส่งข้อมูลระหว่างสาขา มีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับ Private Network

8.  Backup คือ การสำรองข้อมูล เป็นกิจกรรมคัดลอกไฟล์และฐานข้อมูล ดังนั้นพวกเขาจะป้องกันในกรณีของอุปกรณ์ล้มเหลวหรือภัยอื่น โดยทั่วไป การสำรองข้อมูลเป็นงานปกติของปฏิบัติการของข้อมูลขนาดใหญ่กับเครื่องเมนเฟรม และผู้บริหารระบบของคอมพิวเตอร์ธุรกิจขนาดเล็ก สำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล การสำรองข้อมูลมีความจำเป็นเช่นกัน แต่มักถูกละเลย การดึงไฟล์ที่การสำรองไว้ เรียกว่าการฟื้นฟู (restore)

9. Personal Firewall คือ ซอฟแวร์ที่ใช้เพื่อควบคุมการเข้า-ออก หรือควบคุมการรับ-ส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ภายในองค์กรเดียวกัน หรือภายนอก และเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยในการใช้งานในระบบเครือข่าย
คอมพิวเตอร์ให้มากขึ้น นอกจากโปรแกรม Anti-Virus ที่จำเป็นต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราแล้ว Personal Firewall ก็มีความจำเป็นไม่น้อยไปกว่าโปรแกรม Anti-Virus เลย ดังนั้นการใช้งานโปรแกรม ดังกล่าวจึงควรใช้งานควบคู่กันไป
 เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่าคอมพิวเตอร์ของคุณอยู่ในสถานะปลอดภัยและจะไม่ถูกคุกคามจากผู้ที่ประสงค์ร้ายทั้งหลาย

10.  Antivirus-Gateway เป็นบริการตรวจสอบ ค้นหา ป้องกัน และ กำจัด ไวรัส ที่ติดมากับ Email ต่าง ๆ ของผู้ใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็น Email ขาออก หรือ Email ขาเข้า โดยปกติแล้วใน องค์กรหนึ่ง ๆ นั้น จะมีการติดตั้ง โปรแกรม Antivirus ให้กับเครื่องของผู้ใช้งาน (Client) ในทุก ๆ เครื่อง เพื่อป้องกัน ไวรัส ที่อาจจะมาจากที่ต่าง ๆ ซึ่งหากผู้ใช้งานลืม Update Antivirus ก็จะทำให้ ไวรัส สามารถแพร่กระจาย ไปในองค์กร ได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ ไวรัสที่ติดมากับ Email ต่าง ๆ แต่ระบบ Antivirus-Gateway นั้น เปรียบเสมือนด่านหน้า ที่คอยตรวจสอบ ค้นหา ป้องกัน และ กำจัดไวรัส ต่าง ๆ ที่จะผ่านเข้ามา ในองค์กรของเรา ทำให้ Email ที่ผ่านการตรวจสอบจาก Antivirus-Gateway แล้วนั้นปลอดภัย ถึงแม้ว่า ผู้ใช้ในองค์กร จะลืมทำการ โปรแกรม Update Antivirus ก็ไม่ต้องกังวล เรื่องความปลอดภัย ของอีเมล์ที่เข้ามา

แบบทดสอบก่อนเรียน

1.ให้นักศึกษาเข้าไปสมัครใช้งาน Blog เช่น bloger.com , Wordpress.com , Gotoknow หรืออื่นๆ

2.ให้นักศึกษายกตัวอย่าง Malware มา 5 ชนิด พร้อมกล่าวถึงรายละเอียดวิธีป้องกันและแก้ไข
          1. ม้าโทรจัน (Trojan Horse) เป็นโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นมาให้ทำตัวเหมือนว่าเป็นโปรแกรมธรรมดาทั่ว ๆ ไป เพื่อหลอกล่อผู้ใช้ให้ทำการเรียกขึ้นมาทำงาน แต่เมื่อมันถูกเรียกขึ้นมาแล้ว ก็จะเริ่มทำลายตามที่โปรแกรมมาทันที ม้าโทรจันบางตัวถูกเขียนขึ้นมาใหม่ทั้งชุด โดยคนเขียนจะทำการตั้งชื่อโปรแกรมพร้อมชื่อรุ่นและคำอธิบาย การใช้งานที่ดูสมจริง เพื่อหลอกให้คนที่จะเรียกใช้ตายใจ จุดประสงค์ของคนเขียนม้าโทรจันอาจจะเช่นเดียวกับคนเขียนไวรัส คือ เข้าไปทำอันตรายต่อข้อมูลที่มีอยู่ในเครื่อง หรืออาจมีจุดประสงค์เพื่อที่จะล้วงเอาความลับของระบบคอมพิวเตอร์ ม้าโทรจันนี้อาจจะถือว่าไม่ใช่ไวรัส เพราะเป็นโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นมาโดด ๆ และจะไม่มีการเข้าไปติดในโปรแกรมอื่นเพื่อสำเนาตัวเอง แต่จะใช้ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้ใช้เป็นตัวแพร่ระบาดซอฟต์แวร์ที่มี ม้าโทรจันอยู่ในนั้น  และนับว่าเป็นหนึ่งในประเภทของโปรแกรมที่มีความอันตรายสูง เพราะยากที่จะตรวจสอบและสร้างขึ้นมาได้ง่าย ซึ่งอาจใช้แค่แบตซ์ไฟล์ก็สามารถโปรแกรม
ประเภทม้าโทรจันได้
          2. Spyware เป็นโปรแกรมที่แฝงมาขณะเล่นอินเตอร์เน็ตโดยจะทำการติดตั้งลงไปในเครื่องของ เรา และจะทำการเก็บพฤติกรรมการใช้งานอินเตอร์เน็ตของเรา รวมถึงข้อมูลส่วนตัวหลาย ๆ อย่างได้แก่ ชื่อ - นามสกุล , ที่อยู่ , E-Mail Address และอื่น ๆ ซึ่งอาจจะรวมถึงสิ่งสำคัญต่าง ๆ เช่น Password หรือ หมายเลข บัตรเครดิตของเราด้วย นอกจากนี้อาจจะมีการสำรวจโปรแกรม และไฟล์ต่าง ๆ ในเครื่องเราด้วย นอกจากนี้อาจจะมีการสำรวจโปรแกรม และไฟล์ต่าง ๆ ในเครื่องเราด้วย และ Spyware นี้จะทำการส่งข้อมูลดังกล่าวไปในเครื่องปลายทางที่โปรแกรมได้ระบุเอาไว้ ดังนั้นข้อมูลต่าง ๆ ในเครื่องอาจไม่เป็นความลับอีกต่อไป
Spyware มีวิธีการในการเข้ามาในเครื่องเราหลายวิธี เช่น อาจใช้วิธีอย่างโจ่งแจ้ง เช่น ขอ Install ดื้อ ๆ เมื่อเราได้ตอบปุ่ม "ตกลง" ไปก็จะทำการติดตั้งลงมาที่เครื่อง ซึ่งบ่อยครั้งที่เรา ขี้เกียจอ่านแล้วก็คลิ๊กตอบ ๆ ไปอย่างรำคาญ บางตัวอาจมาในลักษณะของ Plug-in ให้คุณเอง เพื่อช่วยในการดูเว็บบางเว็บสมบูรณ์ขึ้น หรือแอบแฝง โดยเราไม่รู้ตัว เช่น แฝงมากับโปรแกรมฟรีต่าง ๆเกมส์ต่าง ๆ เป็นต้น
อาการที่โดนสปายแวร์
1.เน็ตช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
2.หน้าหลักเปลี่ยนไป ไปเป็นเว็บบ้าเว็บบอที่ไม่รู้จัก
3.คอมพ์ช้าลงอย่างเห็นชัด เพราะว่ามันกินแรมมาก
          3. สแปม (Spam)  คือชื่อเรียกของการส่งข้อความที่ผู้รับไม่ได้ร้องขอ ผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยส่วนมากจะทำให้เกิดความไม่พอใจต่อผู้รับข้อความ สแปมที่พบเห็นได้บ่อยได้แก่ การส่งสแปมผ่านทางอีเมล ในการโฆษณาชวนเชื่อ หรือโฆษณาขายของ โดยการส่ง อีเมลประเภทหนึ่งที่เราไม่ต้องการ ซึ่งจะมาจากทั่วโลก โดยที่เราไม่รู้เลยว่า ผู้ที่ส่งมาให้นั้นเป็นใคร จุดประสงค์คือ ผู้ส่งส่วนใหญ่ต้องการที่จะโฆษณา สินค้าหรือบริการต่าง ๆ ของบริษัทของตนเอง ซึ่งเป็นประเภทหนึ่งของเมลขยะซึ่งนอกจากจะทำให้ผู้รับรำคาญใจและเสียเวลาใน การกำจัดข้อความเหล่านี้แล้ว สแปมยังทำให้ประสิทธิภาพการขนส่งข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตลดลงด้วย สแปมในรูปแบบอื่นนอกจาก อีเมลสแปม ได้แก่ เมสเซนเจอร์สแปม นิวส์กรุ๊ปสแปม บล็อกสแปม และSMSสแปม
          4. หนอนอินเตอร์เน็ต (Worm) เป็นโปรแกรมที่สามารถกระจายตัวไปยังเครือข่ายต่างๆ ได้อย่างอัตโนมัติ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความเสียหายของซอฟท์แวร์ต่างๆ เหมือนอย่างไวรัส แต่หนอนคอมพิวเตอร์นี้จะน่ากลัวกว่า ตรงที่สามารถกระจายตัวไปยังคอมพิวเตอร์เองได้ โดยผ่านเครือข่าย ซึ่งจะมาในรูปแบบจดหมาย อีเมล หรือไฟล์ที่เมื่อผู้ใช้งานเปิดดู ก็จะติดทันที หนอนคอมพิวเตอร์สามารถแย่งการใช้เครือข่าย หรือทรัพยากรในระบบ รบกวนการทำงานของ server ซึ่งใช้งานกันทั่วไปในแต่ละองค์กร หนอนคอมพิวเตอร์ที่โด่งดังในอดีต ได้แก่ SQL Slammer ที่สามารถติดไปยังคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายนับพันเครื่อง ภายในเวลาไม่กี่นาที และในปัจจุบันหนอนก็ยังคงวนเวียน อยู่ในเครือข่ายการใช้งาน Social network ต่างๆ อีกด้วย
          5. Virus. ไวรัสจะใช้โค้ดที่เขียนมากับเป้าหมายในการจู่โจมด้วยการทำซ้ำตัวเอง โดยพวก ไวรัสจะพยายามแพร่กระจายจากเครื่องหนึ่งสู่อีกเครื่องหนึ่งโดยการแนบตัวมัน เองมากับโปรแกรมหลักของระบบ(host program) และอาจทำความเสียหายแก่ฮาร์ดแวร์ ซอฟแวร์ หรือ ฐานข้อมูล เมื่อใดที่โปรแกรมหลักได้ทำงานตามคำสั่งและเมื่อนั้นโค้ดของไวรัสก็จะ run และติดเข้าไปกับ host โปรแกรมใหม่จากนั้นในบางครั้งก็จะส่ง payload เพื่อใช้ในการแพร่กระจายต่อไป

3. ให้นักศึกษากล่าว ถึงโปรแกรม Anti Malware มาอย่างน้อย 5 ชนิด

          1. a-squared Anti-Malware : โปรแกรมป้องกันไวรัสโทรจัน เรีกยได้ว่า มีเอาไว้ ป้องกัน ตามคำที่ว่า กันไว้ดีกว่าแก้ครับ และนอกจากนี้โปรแกรมนี้ยังสามารถป้องกันตัว ที่อาจจะแอบแฝงมาได้อีกด้วยครับ นอกจากนี้โปรแกรมนี้ยังมีระบบ การตรวจสอบหา ไว้รัส โทจัน ตัวนี้ที่จะมาจากการ การดาวน์โหลด หรือ ว่ามันอาจจะมีจาก ไฟล์ที่แนบมากับ E-Mail ที่เป็นพวกตระกูล ZIP, ARJ, CAB อีกด้วยครับผม และภายโปรแกรมนี้ยังมีรายละเอียดหรือว่าข้อมูลเกี่ยวกับไวรัส โทจัน นี่อีกด้วยครับ เรียกว่าโปรแกรมนี้ทั้งป้องกันและทั้งให้ความรู้อีกต่างหากครับ โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับ มีติด บ้านติดเรือน หรือติด Office ไว้
          2. Malwarebytes Anti-Malware เป็นโปรแกรมกำจัดมัลแวร์ฟรีที่หลายคนยกให้เป็นโปรแกรมอันดับหนึ่งในด้านนี้ โปรแกรมมีความสามารถในการกำจัดโปรแกรมอันตรายที่ทำงานเหมือนมัลแวร์ ซึ่งก็รวมทั้ง โปรแกรมประเภทสปายแวร์, แอดแวร์, รูทคิท, โทจัน เป็นต้น โปรแกรมจะทำการสแกนเครื่องของเราเพื่อตรวจสอบว่ามีโปรแกรมเหล่านี้อยู่หรือไม่และรายงานผล ซึ่งเราสามารถเลือกกำจัดบางตัวหรือทั้งหมดก็ได้ โปรแกรมสามารถทำการถอนรากถอนโค่นได้อย่างไม่เหลือร่องรอย สำหรับการอัพเดทครั้งนี้ก็มีการเพิ่มความสามารถใหม่อย่างเทคโนโลยี Chameleon ที่จะทำให้โปรแกรมยังสามารถทำงานได้ตามปกติถึงแม้เครื่องของเราจะติดไวรัสอยู่ก็ตาม นอกนั้นก็จะเป็นการปรับปรุงการทำงานทั่วไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการค้นหาและกำจัดมัลแวร์
          3. Mcafee Free  ปกติตัวฟรีจะป้องกันไวรัสได้ไม่ต่างกับตัวเสียตังเท่าไหร่ แต่ตัวเสียตังอาจจะครอบคลุมได้มากกว่า ไปถึงฟังก์ชั่นอื่นๆ เช่น ป้องกันSpyware สแปมเมล์  ฟิชชิ่ง ไฟร์วอล เป็นต้น
                ข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ใช้สำหรับบุคคลเดียวเท่านั้น ไม่ให้ใช้เชิงธุรกิจ หรือจำกัดข้อมูลทางด้าน technical support
                ดังนั้นก่อนใช้งานก็ควรศึกษาความสามารถของโปรแกรมนั้นๆว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง การใช้งานจึงเกิดประโยชน์สูงสุด
    4. Norman Malware Cleaner 2011สุดยอดของโปรแกรมป้องกันภัยร้ายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ไวรัส,สปายแวร์,หนอน,โทรจัน ซึ่งเราเรียกรวม ๆ ว่ามัลแวร์นั่นเอง โปรแกรมนี้มีความสามารถในการตรวจจับมัลแวร์หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น Resident virus (ไวรัสแบบซ่อนและฝังตัวในไดร์ฟต่าง ๆ หรือ Autorun virus)  Cookie ที่แอบเข้ามาเก็บข้อมูลการใช้งาน internet ของเรา ,โทรจัน ที่จะคอยมาเจาะระบบรักษาความปลอดภัย และฟังก์ชั่นในการสังเกตุการณ์ คือจะคอยดูพฤติกรรมโปรแกรมที่ทำตัวเหมือนไวรัส แล้วจัดการลบทิ้งทันที
          5. AVG antivirus free 10.0.1191 หนึ่งใน 4 จตุรเทพ ฟรีแอนตี้ไวรัสที่ลั่นล๊าอยากจะแนะนำให้เพื่อน ๆ ใช้กันคะ  จุดเด่นที่สุดของ AVG เห็นจะเป็นความสามารถในการ Scan ที่ทำได้อย่างรวดเร็ว ว่องไว ไม่กินแรงเครื่องใช้ได้กับเครื่องที่มี CPU และ RAM ที่ไม่สูงมาก ได้อย่างสบาย ๆ การอับเดทข้อมูลไวรัสก็ถือว่าอยู่ในระดับที่เร็วใช้ได้คะ แต่เสียอย่างนึงตรงที่ยังไม่สามารถจับพวก โทรจันได้ดีนัก ทำให้บางครั้งมันก็เล็ดลอดมาเจาะประตูหลังได้ง่าย ๆ

4. ให้นักศึกาายกตัวอย่างกฏหมาย เกี่ยวกับการกระทำความผิดด้านคอมพิวเตอร์มา 3 ข้อ
1. ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สําหรับตน ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
2. ผู้ใดล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดทําขึ้นเป็นการเฉพาะ ถ้านํามาตรการดังกล่าวไปเปิดเผยโดยมิชอบในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
3.  ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สําหรับตน ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ